MENU CART {{currentCart.getItemCount()}}

About




Our Story

“ATTITUDE” หรือ “ทัศนคติ” คือคำที่ทุกคนคุ้นเคยและใช้เพื่อเปรียบเปรยถึงคาแรคเตอร์ หรือ Inner ที่ต้องใส่เพิ่มเข้าไป เพื่อให้งานหรือการกระทำนั้นๆ สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ ซึ่งในขณะเดียวกัน ATTITUDE ยังเป็นแรงขับเคลื่อนจากภายในที่ส่งผลให้เกิดความมั่นใจในการแสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ อาทิ เช่น ความสุข ความเสียใจ ความโกรธ หรือแม้กระทั่งความเหนื่อยล้าจากปัญหาที่รุมเร้า ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจว่า มนุษย์ทุกคนล้วนมี ATTITUDE เฉพาะตัวซ่อนอยู่ และไม่มีทางที่ ATTITUDE ไหนๆ จะถูก Copy และ Paste ได้เลย


แบรนด์ ATTITUDE ถือกำเนิดขึ้นภายในห้องประชุมเล็กๆ ในขณะที่ทุกคนกำลังเคร่งเครียดกับการหาไอเดียใหม่ๆ สลับกับการดมยาดมเพื่อให้สมองโล่งโปร่ง ซึ่งเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปนานหลายชั่วโมงพร้อมกับไอเดียที่พรั่งพรู ทุกคนในห้องประชุมนั้นกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่า คำว่า  ATTITUDE ถูกใช้ซ้ำวนไปมาเพื่อย้ำในจุดยืนที่ว่า “ทุกไอเดียไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยความคิดที่เฉียบคมที่สุดเพียงเท่านั้น แต่จะต้องใส่ทัศนคติที่เชื่อมั่นว่าทำได้เข้าไปด้วย” เพราะเหตุนี้เอง คำว่า ATTITUDE จึงถูกเลือกให้เป็นชื่อของแบรนด์ ที่ซึ่งความหมายจะถูกตีความในมุมมองไหน หรือโดยใครก็ไม่มีคำว่าผิด ทั้งยังเปรียบเสมือนจิตวิญญาณข้างในจิตใจ ที่ค่อยผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ต่างๆตามที่ใจต้องการ




Our Brand Logo

เพราะ ATTITUDE หมายถึงทัศนคติและมุมมอง ดังนั้นโลโก้ของแบรนด์จึงออกมาในรูปแบบที่เป็นอิสระในการมองเห็น ขึ้นอยู่กับวิธีคิด มุมมอง และประสบการณ์ชีวิตของแต่ละบุคคล โลโก้นี้จึงเป็นได้ทั้ง จุด วงกลม เซ็นเตอร์ กึ่งกลาง จุดโฟกัส จุดเริ่มต้น เป้าหมาย หรือบางคนอาจจะเห็นว่านี่คือ Ikura หรือซาลาเปาไส้ครีมก็ได้ ซึ่งไม่มีอะไรผิดหรือถูก ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับ Attitude ประสบการณ์ และ Moment of Truth ของแต่ละบุคคล




Our Motto

พราะเราเชื่อมั่นว่า “ATTITUDE is everything” ไม่ได้เป็นแค่เพียงสกินแคร์ที่ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง แต่ ATTITUDE คือองค์ประกอบเล็กๆ ในชีวิตที่ทุกคนนั้นมีอยู่ในตัว โดยสามารถเป็นได้ทั้งพลังบวกและลบ หรือเป็นสีสันเฉดต่างๆ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และมุมมองเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล เปรียบเสมือนแรงผลักดันให้คุณกล้าทำ กล้าตัดสินใจ กล้าที่จะบอกตัวเองว่า “ฉันทำได้และฉันจะทำ” 


ATTITUDE มาพร้อมกับคติที่ว่า “Attitude is a little thing that makes a big difference” 


เขียนขึ้นโดย วินสตัน เลนเนิร์ด สเปนเซอร์-เชอร์ชิล (Winston Churchill) นักการเมืองและนักเขียนชื่อดังจากอังกฤษ เพราะเราเชื่อว่า ATTITUDE จะพาคุณไปเจอกับการเริ่มต้นใหม่หรือสิ่งใหม่ๆ ได้เสมอ หากเปรียบคนทุกคนเป็นสี เราต่างมีเฉดสีที่เเตกต่างกันออกไป เปรียบเหมือนกับ ATTITUDE ที่ย่อมแตกต่าง ไม่เหมือนกัน โดยที่ความแตกต่างนี่เองที่ทำให้เราทุกคนมีเอกลักษณ์ ขอเพียงเเค่เชื่อมั่นในตัวเอง 






The Art Of Aromatherapy

“กลิ่น” เป็นเซนส์ที่มนุษย์ไม่สามารถปิดการรับรู้ได้ เป็นสิ่งที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องสูดเข้าไปอยู่ตลอดเวลา และเป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถรู้สึกคุ้นชินได้เมื่อเวลาผ่านไป  เมื่อได้กลิ่นใดกลิ่นหนึ่ง มนุษย์สามารถแยกได้ทันทีว่า ชอบหรือไม่ชอบกลิ่นนั้นๆ แต่เมื่อสูดดมกลิ่นนั้นไปสักพักก็จะเริ่มเเยกไม่ออก เพราะเกิดความเคยชินกับกลิ่นนั้นๆ เปรียบกับตอนที่คุณเดินผ่านซอยที่อบอวลไปด้วยกลิ่นของขยะ เมื่อคุณได้กลิ่นในตอนเเรก คุณรับรู้ได้ทันทีว่า “เหม็น ไม่ชอบ” แต่เมื่อคุณเดินไปในซอยนั้นสักพัก หรือยืนอยู่ในบริเวณนั้นสักพัก คุณก็จะเกิดความเคยชิน จนรู้สึกว่าก็อยู่ตรงนั้นได้ ไม่เป็นไร แต่อย่างไรก็ตามโดยส่วนใหญ่เเล้ว เมื่อมนุษย์ได้กลิ่นที่ไม่ชอบก็อาจจะเลือกที่จะเดินออกมาเลย ดังนั้นในอีกความหมายนึง “กลิ่น” จึงเปรียบเสมือนชีวิตที่มนุษย์สามารถเลือกได้เองว่าอยากอยู่ตรงไหน ชอบหรือไม่ชอบอะไร ต้องการที่จะมีตัวตนหรือมีมุมมองแบบไหน เลือกที่จะเปิดประสบการณ์ชีวิตในแบบที่เราต้องการ 



ATTITUDE เล็งเห็นว่าการบำบัดด้วยพืชธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ตามองค์ประกอบของสกินแคร์ทั่วไปไม่เพียงพอให้คุณเข้าใจอารมณ์และตัวตนที่แท้จริงในขณะนั้นๆ จึงนำศาสตร์ของการบำบัดร่างกายและจิตใจด้วยกลิ่นหอมและศิลปะอย่าง “The Art of Aromatherapy” เข้ามาเสริมประสิทธิภาพผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น โดย Aromatherapy เป็นหนึ่งคำที่ได้มาจากการรวมตัวของคำว่า Aroma (อโรมา) ที่แปลว่า “กลิ่น” และคำว่า Therapy (เธอราปี) ที่แปลว่า “การบำบัดรักษา” ดังนั้นทุกผลิตภัณฑ์ของ ATTITUDE จึงมีเฉดสีและกลิ่นอโรมาจาก Essential Oils ธรรมชาติเฉพาะตัว ที่ได้รับการวิเคราะห์และเลือกสรรจากนักศิลปะบำบัด (Art Therapist) และผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันหอมระเหย (Aromatherapist) แล้วว่า สีและกลิ่นนั้นๆ สามารถส่งพลังบำบัดต่อร่างกายและจิตใจที่อ่อนล้า ตึงเครียด กังวลใจ หรือโกรธ ให้หวนกลับคืนสู่ห้วงเวลาของการรับรู้และการยอมรับในสิ่งที่ตัวเองกำลังเผชิญอย่างแท้จริง ซึ่งตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว เมื่อระบบประสาทการรับรู้กลิ่นนั้นถูกประมวลผลและถูกยอมรับโดยบุคคลนั้นๆ กลิ่นจะส่งผลต่อสภาวะจิตใจ ระบบการทำงานของร่างกาย และฮอร์โมนต่างๆในร่างกาย โดยทำงานผ่านจมูกแล้วส่งต่อไปที่สมองส่วนหน้า จนท้ายที่สุดจะส่งสัญญาณต่อไปที่สมองส่วนซีรีบรัม เพื่อเเปลข้อมูลว่าเป็นกลิ่นอะไร เป็นกลิ่นที่คุ้ยเคย แปลกใหม่ หรือชวนให้นึกถึงความทรงจำใดหรือไม่ ดังนั้น Essential Oils จึงมีส่วนช่วยในการบำบัดร่างกายเเละจิตใจได้นั่นเอง